คาถาที่ 3
7. เล่าเรียนศึกษามาก , ทรงความรู้กว้างขวาง,ใส่ใจสดับตรับฟังค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ
8.มีศิลปวิทยา , ชำนาญในวิชาชีพของตน
9.มีวินัยที่ได้ศึกษาดีแล้ว, มีระเบียบวินัยดี, ได้ฝึกอบรมตนไว้ดี
10.วาจาสุภาษิต , รู้จักใช้วาจาพูดให้เป็นผลดี
คาถาที่ 4
11.บำรุงมารดาบิดา
12.สงเคราะห์บุตร
13.สงเคราะห์คู่ครอง
14.การงานไม่อากูล (จัดการงานดี)
คาถาที่ 5
15.รู้จักให้ , เผื่อแผ่แบ่งปัน , บริจาคสงเคราะห์และบำเพ็ญประโยชน์
16.ประพฤติธรรม , ดำรงอยู่ในศีลธรรม
17.สงเคราะห์ญาติ
18.การงานที่ไม่มีโทษ , กิจกรรมที่ดีงาม เป็นประโยชน์ ซึ่งไม่เป็นทางเสียหาย
19.เว้นจากความชั่ว
20.เว้นจากการดื่มน้ำเมา
21.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
คาถาที่ 7
22.ความเคารพ , การแสดงออกที่แสดงถึงความเป็นผู้รู้จักคุณค่าของบุคคล สิ่งของสถานที่ หรือกิจกรรมนั้นๆ และรู้จักให้ความสำคัญและความใส่ใจเอื้อเฟื้อโดยเหมาะสม
23.ความสุภาพอ่อนน้อม , ถ่อมตน
24.ความสันโดษ (รู้จักพอ), ความเอิบอิ่มพึงพอใจในผลสำเร็จที่ได้สร้างขึ้น หรือในปัจจัยลาภที่แสวงหามาได้ ด้วยเรี่ยวแรงความเพียรพยายามของตนเองโดยทางชอบธรรม
25. มีความกตัญูญู
26. ฟังธรรมตามกาล , หาโอกาสแสวงความรู้เกี่ยวกับหลักความจริง ความดีงาม และเรื่องที่เป็นประโยชน์
คาถาที่ 8
27. มีความอดทน
28.เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย , พูดกันง่าย ฟังเหตุผล
29.พบเห็นสมณะ (ผู้สงบ), เยี่ยมเยือนเข้าหาท่านผู้สงบกิเลส
30. สนทนาธรรมตามกาล , หาโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกัน เกี่ยวกับหลักความจริงความดีงามและเรื่องที่เป็นประโยชน์
คาถาที่ 9
31.มีความเพียรเผากิเลส , รู้จักบังคับควบคุมตน ไม่ปรนเปรอตามใจอยาก
32.ประพฤติพรหมจรรย์ (การประพฤติอันประเสริฐ) , ดำเนินตามอริยมรรค , การรู้จักควบคุมตนในทางเพศ หรือถือเมถุนวิรัติตามควร
33.เห็นอริยสัจจ์ , เข้าใจความจริงของชีวิต
34.ทำพระนิพพานให้แจ้ง , บรรลุนิพพาน
คาถาที่ 10
35.ถูกโลกธรรม จิตไม่หวั่นไหว (มีความรู้เท่าทันสภาพความเป็นจริง หรือธรรมดาของโลก ไม่รู้สึกยินดี ยินร้ายในสิ่งที่มากระทบ ซี่งมีสาเหตุจาก โลกธรรม 8)
36.จิตไร้เศร้า
37.จิตปราศจากธุลี (ปราศจากกิเลส ได้แก่ ราคะ (โลภะ) โทสะ และโมหะ ที่ทำให้จิตมัวหมอง เปรียบเหมือนฝุ่นที่เกาะ ณ ที่สิ่งใด ย่อมทำให้สิ่งนั้นๆ มัวหมอง
38.จิตเกษม (ภาวะของจิตที่สุขสบาย ปลอดโปร่ง เพราะห่างไกลจากกิเลส และอาสวะ เป็นจิตที่รู้สึกอิ่มเอมใจ)
แต่ละคาถามีบทสรุปว่า “ เอตมมงคลมุตตมํ ” นี้เป็นมงคลอันอุดม มีคาถาสรุปท้ายมงคลทั้ง 38 นี้ว่า" เอตาทิสานิ กตฺวาน สพฺพตฺถมปราชิตา สพฺพตฺถ โสตฺถึ คจฺฉนฺติ ตนฺเตสํ มงคลมุตฺตมนติ "
แปลว่า “ เทวะ มนุษย์ทั้งหลายกระทำมงคลเช่นนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ปราชัยในที่ทุกสถาน ย่อมถึงความสวัสดิ์ในที่ทั้งปวง นี้คือ อุดมมงคลของเทวะ มนุษย์เหล่านั้น ”