Buddha4u

.org

ค้นหาบทความ search

  • พุทธศาสนา แปลว่า ศาสนาของผู้รู้

    อ่านเพิ่ม

    พุทธศาสนา จึงเป็นศาสนาที่อาศัยสติปัญญา หรือ อาศัยวิชาความรู้ที่ถูกต้องเพื่อทำลายความทุกข์ และต้นเหตุของความทุกข์เหล่านั้น

  • ศีล 5 หรือ เบญจศีล

    อ่านเพิ่ม

    ความประพฤติชอบทางกายและวาจา , การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย , การรักษาปกติตามระเบียบวินัย , ข้อปฏิบัติในการเว้นจากความชั่ว , การควบคุมตนให้ตั้งอยู่ในความไม่เบียดเบียน

  • ธรรม 5 หรือ เบญจธรรม

    อ่านเพิ่ม

    เบญจธรรม, ปัญจธรรม หรือ ธรรมห้า หมายถึง ข้อพึงปฏิบัติห้าประการตามคำสอนในพุทธศาสนา ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นเหตุให้ผู้ปฏิบัติเจริญก้าวหน้า ปลอดเวร ปลอดภัย เพิ่มพูนความดีแก่ผู้ทำ

  • มงคล38

    อ่านเพิ่ม

    สิ่งที่ทำให้มีโชคดี ธรรมอันนำมาซี่งความสุขความเจริญ เรียกเต็มว่า อุดมมงคล คือ มงคลอันสูงสุด

  • กาลามสูตร

    อ่านเพิ่ม

    วิธีปฎิบัติในเรื่องที่ควรสงสัย หรือหลักความเชื่อ ที่ตรัสไว้ในกาลามสูตร

  • ไตรลักษณ์

    อ่านเพิ่ม

    ธรรมะที่ทำให้เป็นพระอริยะ (อริยกรธรรม) แปลว่า ลักษณะ 3 ประการ หมายถึงสามัญลักษณะ คือ กฎธรรมดาของสรรพสิ่งทั้งปวง อันได้แก่

  • อริยสัจ 4

    อ่านเพิ่ม

    หลักคำสอนหนึ่งของพระโคตมพุทธเจ้า แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระอริยบุคคล หรือความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ มีอยู่สี่ประการ คือ

  • ปฏิจจสมุปบาท

    อ่านเพิ่ม

    ธรรมที่อธิบายถึงการเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกัน, การที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันจึงเกิดมีขึ้น เช่น

  • กัลยาณมิตตตา

    อ่านเพิ่ม

    มิตรดีหรือมิตรแท้

  • ขันธ์ 5 หรือ เบญจขันธ์

    อ่านเพิ่ม

    กองแห่งรูปธรรมและนามธรรมห้าหมวดที่ประชุมกันเข้าเป็นชีวิต

  • สติปัฏฐาน 4

    อ่านเพิ่ม

    ที่ตั้งของสติ การตั้งสติกำหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นตามความเป็นจริง

  • โยนิโสมนสิการ

    อ่านเพิ่ม

    โยนิโสมนสิการ ตือ การใช้ความคิดถูกวิธี

  • โพชฌงค์ 7

    อ่านเพิ่ม

    ธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้

  • พรหมวิหาร 4

    อ่านเพิ่ม

    ธรรมเครื่องอยู่อย่างประเสริฐ , ธรรมประจำใจอันประเสริฐ , หลักความประพฤติที่ประเสริฐบริสุทธิ์ ,

  • อิทธิบาท 4

    อ่านเพิ่ม

    คุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จแห่งผลที่มุ่งหมาย

  • ทิศ 6

    อ่านเพิ่ม

    บุคคลประเภทต่างๆ ที่เราต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์ทางสังคม ดุจทิศที่อยู่รอบตัว

  • บารมี 10 หรือ ทศบารมี

    อ่านเพิ่ม

    คุณธรรมที่ประพฤติปฏิบัติอย่างยิ่งยวด

  • สัปปุริสธรรม 7

    อ่านเพิ่ม

    ธรรมของสัตบุรุษ , ธรรมที่ทำให้เกิดสัตบุรุษ , คุณสมบัติของคนดี , ธรรมของผู้ดี

  • นิพพาน

    อ่านเพิ่ม

    จุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา

  • นิวรณ์ 5

    อ่านเพิ่ม

    สิ่งที่กั้นไม่ให้ก้าวหน้าในคุณธรรม

  • อินทรีย์ 5

    อ่านเพิ่ม

    ธรรมที่เป็นใหญ่ในกิจกรรมของตน

  • ฆราวาสธรรม 4

    อ่านเพิ่ม

    ธรรมสำหรับการครองเรือน

  • สังคหวัตถุ 4

    อ่านเพิ่ม

    ยึดเหนี่ยวใจบุคคล และประสานหมู่ชนไว้ใน สามัคคี

  • โพธิปักขิยธรรม 37

    อ่านเพิ่ม

    ธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้

  • สุ จิ ปุ ลิ

    อ่านเพิ่ม

    การเรียนดี

  • อายตนะ 12

    อ่านเพิ่ม

    สิ่งที่เชื่อมต่อกันให้เกิดความรู้

×

สัมมาอาชีวะเป็นหนึ่งในมรรค 8 หรือ มรรคมีองค์แปด

  • เลี้ยงชีพชอบ หมายถึงการทำมาหากินด้วยอาชีพที่สุจริต ฆราวาส
  • สัมมาอาชีวะ หมายถึง การเว้นมิจฉาอาชีวะ อันได้แก่ การเลี้ยงชีพไม่ชอบ คือการแสวงหาปัจจัยมาบริโภคที่มิชอบ คือการโกงหรือหลอกลวง เว้นการประจบสอพลอ การบีบบังคับขู่เข็ญ และการต่อลาภด้วยลาภ หรือก็คือการแสวงหาลาภโดยไม่ประกอบด้วยความเพียร (สัมมาวายามะ ) คือขี้เกียจ อยากได้มาง่ายๆโดยไม่อาศัยกำลังแห่งสติปัญญาและแรงกาย ซ้ำโลภจนไม่ชอบธรรม เช่น เบียดเบียนลูกจ้าง และทำลายสิ่งแวดล้อม สังคม เพื่ออย่างได้มาก เสียให้น้อย
  • รวมถึงการไม่ประกอบมิจฉาอาชีวะ 5 ประเภท ดังนี้


  • 1. สัตถวณิชชา คือ การขายอาวุธ ได้แก่ อาวุธปืน อาวุธเคมี ระเบิด นิวเคลียร์ อาวุธอื่น ๆ เป็นต้น อาวุธเหล่านี้หากมีเจตนาเพื่อทำร้ายกัน จะก่อให้เกิดการทำลายล้างซึ่งกันและกัน โลกจะไม่เกิดสันติสุข
    2. สัตตวณิชชา หมายถึง การค้าขายมนุษย์ ได้แก่ การค้าขายเด็ก การค้าทาส ตลอดจนการใช้แรงงานเด็กและสตรีอย่างทารุณ รวมถึงการขายตัวหรือขายบริการทางเพศทั้งของตัวเองและผุ้อื่น
    3. มังสวณิชชา หมายถึง ค้าขายสัตว์เป็น สำหรับฆ่าเพื่อเป็นอาหารเป็นการส่งเสริมให้ทำผิดศีลข้อที่ 1 คือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
    4. มัชชวณิชชา หมายถึง การค้าขายน้ำเมา ตลอดจนการค้าสารเสพติดทุกชนิด รวมถึงการเสพเอง
    5. วิสวณิชชา หมายถึง การค้าขายยาพิษ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ รวมทั้งเป็นอันตรายต่อสัตว์

    บรรพชิต (นักบวช)สัมมาอาชีวะ หมายถึง การใช้ชีวิตด้วยการบริโภคปัจจัยสี่ อย่างมักน้อย เท่าที่จำเป็น ถ้าเป็นนักบวชที่อยู่ด้วยการขอ ต้องรักษาปัจจัยสี่ของทายกอย่างดี เพื่อให้คุ้มค่าต่อผู้ให้ ไม่เบียดเบียน และไม่เสพสิ่งที่นอกเหนือจากปัจจัยสี่โดยไม่จำเป็นเช่นกามคุณ 5 เพราะแม้ไม่เสพกามคุณ มนุษย์ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ สัมมาอาชีวะของผู้บวชคือไม่เสพบริโภคเกินจำเป็น เช่น ดูการละเล่น แต่งตัว เป็นต้น

    การเจริญสติ

    Notebook

    ปฐมบท

    (ข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ โปรดติดตามใน Version 2)

    • การเจริญ สติ
    • กรรมฐาน หรือ การพัฒนาจิต : ภาวนา
    • การเจริญ กรรมฐาน
    • ประเภทของ กรรมฐาน
    • สติปัฏฐานสูตร
    • ตัวกู ของกู
    • วิธีดับความโกรธ
    • เครื่องสกัดกั้นทางใจ
    • องค์ปัญญาเครื่องตรัสรู้
    • สติปัฏฐาน 4
    • หลักการปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน
    • สมถกรรมฐาน - วิปัสสนากรรมฐาน

    ภาคปฏิบัติ

    • ข้อที่โยคีควรปฏิบัติ
    • ข้อที่โยคีควรยกเว้น
    • ความกังวล
    • วิธีเริ่มปฏิบัติ
    • การกำหนดรู้
    • พิธีขึ้น กรรมฐาน
    • การกราบ สติปัฏฐานสูตร
    • วิธีการยืน
    • วิธีเดินจงกรม
    • ประโยชน์ของการเดินจงกรม 5 ประการ
    • วิธีการนั่ง สมาธิ
    • วิธีกำหนดนอน
    • วิธีกำหนดอิริยาบถย่อย
    • แบบฝึกหัด

    Handbook for Mankind, What the Buddha Taught, The Way Out of Suffering

    สนับสนุนเรา!

    โดยให้คำปรึกษา, ติชมเรา ได้ที่

    วรเดช ปัญจรงคะ
    061-519-4636

    ท่องเที่ยวทางธรรม

    วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

    เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร....

    ×

    วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

    วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร เดิมเป็นวัดราษฎร์ชื่อวัดสลัก สร้างในสมัยอยุธยา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

    เมื่อทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และทรงสร้างพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับและสร้างพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นที่ประทับสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล นั้น วัดสลักเป็นวัดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังบวรสถานมงคล

    สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดสลักเมื่อ พ.ศ. 2326 พร้อมกับการก่อสร้างพระราชวังบวรสถานมงคล จากนั้นทรงเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดสลักเป็นวัดนิพพานาราม

    เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ใช้วัดนิพพานารามเป็นสถานที่ทำสังคายนาในปี พ.ศ. 2331 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดพระศรีสรรเพชญ”

    และใน พ.ศ. 2346 พระราชทานนามใหม่ว่าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรมหาวิหาร ตามชื่อวัดในกรุงศรีอยุธยาที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช

    วัดมหาธาตุเป็นสถานที่ที่ใช้เป็นที่พระราชทานเพลิงพระบุพโพเจ้านายซึ่งดำรงพระเกียรติยศสูง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พื้นที่ของวัดเป็นที่สร้างเมรุพระราชทานเพลิงพระศพพระบรมวงศ์ชั้นสูง

    ในปลาย พ.ศ. 2432 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งบาลีวิทยาลัยที่วัดมหาธาตุ เรียกว่ามหาธาตุวิทยาลัย และย้ายการบอกพระปริยัติธรรมมาจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

    ต่อมา ใน พ.ศ. 2437 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารถาวรวัตถุ เรียกว่า สังฆิกเสนาสน์ราชวิทยาลัย เพื่อใช้ในงานพระศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร

    หลังจากนั้น จะทรงอุทิศถวายแก่มหาธาตุวิทยาลัย เพื่อเป็นที่เรียนพระปริยัติธรรมชั้นสูง ซึ่งจะได้พระราชทานนามว่า “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”

    แต่อาคารหลังนี้มาสร้างเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และงานพระศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจัดที่วัดบวรสถานสุทธาวาส

    ใน พ.ศ. 2439 โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในการบูรณะวัดมหาธาตุและพระราชทานนามว่า “วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์”


    Website : watmahathat.com

    ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย

    เป็นองค์กรทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญองค์กรหนึ่งของประเทศไทย...

    ×

    ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย

    ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นองค์กรทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญองค์กรหนึ่งของประเทศไทย ยุวพุทธิกะ มีความหมายว่า "ผู้เยาว์ที่นับถือในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า" ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดที่จะนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาให้เข้าถึงเยาวชนและคนรุ่นใหม่ โดยได้มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมมากว่า 50 ปี

    ประวัติ

    ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2493 จากแรกเริ่มคือคณะยุวพุทธิกะซึ่งเกิดจากคนรุ่นใหม่ผู้มีอุดมการณ์มุ่งมั่นที่จะศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ประกอบด้วย

    นายเสถียร โพธินันทะ,

    นายบุญยง ว่องวานิช,

    และนายสุพจน์ แสงสมบูรณ์

    ท่านทั้ง 3 ได้จัดตั้ง "คณะยุวพุทธิกะ" ขึ้นเมื่อวันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ 2492 โดยมีความเห็นพ้องกันว่า จะต้องตั้งสมาคมเผยแผ่พระพุทธศาสนา สำหรับคนวัยเดียวกัน เพื่อจะได้ชักจูงคนหนุ่มสาวให้มาสนใจในพระพุทธศาสนา

    ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก อ.สุชีพ ปุญญานุภาพ เมื่อครั้งยังอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ทรงสมณศักดิ์ที่พระศรีวิสุทธิญาณ ได้อนุญาตให้ใช้พระอุโบสถวัดกันมาตุยาราม เป็นที่ทำการเริ่มแรก

    ระยะแรกได้จัดกิจกรรมปุจฉา-วิสัชนาธรรมในวันอาทิตย์ และมีอบรมปฏิบัติสมถวิปัสสนาภาวนา ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป และได้รับความชื่นชมจากผู้ใหญ่ในสมัยนั้น

    กระทั่งต่อมาได้พัฒนาจนเกิดเป็นยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2493 ได้ใช้อักษรย่อว่า "ย.พ.ส." โดยได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา เผยแผ่ และปฏิบัติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนาแก่เยาวชน ตลอดจนผู้ที่สนใจอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันที่ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

    ลักษณะเด่นของยุวพุทธิกสมาคม

      จดทะเบียนเป็นยุวพุทธิกสมาคมแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2493 ในเวลาต่อมาจึงมียุวพุทธิกสมาคมจังหวัดต่าง ๆ เกิดขึ้น

      ยุวพุทธ บริหารงานโดยคณะกรรมการบริหารและเจ้าหน้าที่ประจำ มีการบริหารจัดการ อย่างเป็นระบบ

      ยุวพุทธ เป็นผู้ริเริ่มหลักสูตรต่าง ๆ เช่น บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2509

      เป็นองค์กรสาธารณกุศล ที่มีศูนย์วิปัสสนากรรมฐานเปิดให้ผู้ประชาชนทั่วไปเข้าอบรม ปฏิบัติธรรม ทุกเดือนตลอดปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เป็นเวลาร่วม 20 ปี

      ยุวพุทธ มีหลักสูตรอบรมปฏิบัติธรรมหลากหลาย ทั้งหลักสูตรระยะสั้น 1 วัน , หลักสูตร 2 วัน , หลักสูตร 3 วัน ,หลักสูตร 8 วัน , หลักสูตร 15 วัน จนถึงหลักสูตร 1 เดือน และ หลักสูตร 3 เดือน เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเลือกเข้าอบรมปฏิบัติธรรมในโครงการต่าง ๆ ตาม ที่เวลาของตนจะอำนวย

    Website : web.ybatnet.org/th

    วัดปรินายก

    เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร...

    ×

    วัดปรินายก

    ประวัติ วัดปรินายกวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑ ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๗ ไร่ ๒ งาน ๕๕ ตารางวา

    ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๑๗ เมตร

    อาณาเขต ทิศเหนือ จดคูบดินทร์นายก

    ทิศใต้ จดทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

    ทิศตะวันออก จดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    ทิศตะวันตก จดถนนปรินายก

    ประวัติความเป็นมา

    วัดปรินายก เดิมชื่อ วัดพรหมสุรินทร์ ตามผู้สร้างคือ เจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี)

    เมื่อครั้งยังเป็นพระพรหมสุรินทร์อยู่ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ถึงในสมัยรัชกาลที่ ๓ ทรงขนามนามไว้ว่า วัดปรินายก และก็ถูกทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า

    จนสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงทำนุบำรุงการก่อสร้างเสนาสนะ ถาวรวัตถุต่างๆ ตลอดจนสร้างพระอุโบสถ และพระราชทานวิสุงคามสีมา ลงวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๔๔๓ ในเนื้อที่ กว้าง ๑๔ วา ยาว ๑๘ วา

    ขอขอบคุณหนังสือประวัติพระอารามหลวง เล่ม ๑ ยังมีอีกนะค่ะ อนุโมทนาบุญ


    Website : None

    วัดอัมพวัน

    สถานที่และบรรยากาศดีเหมาะสมไปทำวิปัสนาและทำกิจกรรมทางศาสนา...

    ×

    วัดอัมพวัน

    มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สำนักบรรณสารสนเทศ
    Title:	วัดอัมพวัน
    Added Author(s):	มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สำนักบรรณสารสนเทศ
    Accessioned Date:	2014-09-10T03:46:14Z
    Extent:	1 หน้า
    Resource Type:	book article; บทความในหนังสือ
    Type:	Text
    File Format:	application/pdf
    Language:	tha
    Keyword(s):	วัดอัมพวัน -- ประวัติ
    Spatial Coverage:	ไทย; นนทบุรี; tgn:1085613
    Rights:	ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
    Series:	วัดโบราณสมัยอยุธยา : วัดอัมพวัน
    Location:	ODI, STOU
    Digital Origin:	reformatted digital
    URI:	http://hdl.handle.net/6625047444/682
    

    Website : None

    วัดสังฆทาน

    วัดมเหยงค์

    วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร

    ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ

    วัดพันหลัง

    วัดภัททันตะอาสภาราม

    วัดท่ามะโอ

    วัดยานนาวา

    รายชื่อผู้บริจาค

    • รายนามผู้สนับสนุนทุน และส่งเสริมความรู้เพือจัดทำเว๊ปไซด์นี้ ซึ่งถือว่าเป็น คณะผู้จัดทำ
      
      ครูอุปัชฌาย์ ของ พระอุปวิกาโส วัดบรมนิวาส กทม.
      พระเทพสิทธาจารย์ วิ. ( ทอง สิริมงฺคโล ) วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
      พระราชสุทธิมุนี วิ. ( ป.ธ. 9 ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กทม.
      พระครูสมุห์จันดีโคตปิโน (จันดี) วัดใหม่ทองเสน กทม.
      หลวงพ่อสำราญ ( หลวงพ่อกล้วย ) วัดป่าอุทยาน จ.ขอนแก่น
      พระมหานงค์ (ป.ธ. 9) วัดยานนาวา กทม.
      แก้วขวัญ วัชโรทัย และครอบครัว
      วรเดช ปัญจรงคะ
      อรวรรณ ปัญจรงคะ
      วีระศักดิ์ ปัญจรงคะ
      วันวิสาข์ ปัญจรงคะ
      กานต์พิชชา แซ่อึ้ง
      ธัญพิสิษฐ์ อิทธิภูมิทักษา
      ลูกค้าประกันชีวิต และประกันวินาศภัย ของนาย วรเดช ปัญจรงคะ
      ลูกค้าประกันชีวิต และประกันวินาศภัย ของนางสาว วันวิสาข์ ปัญจรงคะ
      ลูกค้าประกันชีวิต และประกันวินาศภัย ของเครือนำทอง 667
      ที่ปรึกษาทางการเงิน และการประกันภัยของ www.easyinsurance4u.com ทุกท่าน
      ที่ปรึกษาทางการเงิน และการประกันภัยของ นำทอง 667 บริษัท เอ.ไอ.เอ จำกัด
      ที่ปรึกษาทางการเงิน และการประกันภัยของ Thailandwealth
      ครอบครัวรามโกมุท
      ครอบครัวศรีเพ็ญ
      ครอบครัวโชตะมังสะ
      ครอบครัวจงวานิช
      ครอบครัวโซดะ
      ครอบครัวจามรมาน
      วิรัช ไชยบุราณนนท์ และครอบครัว
      ครอบครัวภูบุญคง และครอบครัวกนกพัฒนางกูร
      ครอบครัวเกียรติกมลวงศ์
      ปานโสฬส อิสริยเมธีกุล และครอบครัว
      สุชาติ ศุภสวัสดิ์กุล และครอบครัว
      ดร. เอกสรรเสริญ กีรติวานิชย์ และครอบครัว
      ดร. ธวัชชัย วงศ์ศรีมงคล และครอบครัว
      ลักขณา ตะเวทิกุล และครอบครัว
      ไพศาล ปันทวังกูร และครอบครัว
      ประไพพร เดชตีรยากร และครอบครัว
      สุนันทา แจ้งกิติชัย และครอบครัว
      กรรณิการ์ หนุนภักดี และครอบครัว
      เบญจมาศ อินทรสุขศรี และครอบครัว
      ไพฑูรย์ เสถียรปกิกรณ์ และครอบครัว
      จีระพันธ์ อุลปาทร และครอบครัว
      ชาติชาย เลิศสัจจานันท์ และครอบครัว
      วีระพงศ์ สุขุมาลจันทร์ และครอบครัว
      จิตติ รัชไชยบุญ และครอบครัว
      รัชนีย์ ลิขิตประคอง และครอบครัว
      รัมภา ดิษาภิรมย์ และครอบครัว
      วิกรานต์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา และครอบครัว
      ชัยยศ คุณานุสนธิ และครอบครัว
      พฤทธ์ สมพรประสิทธิ์ และครอบครัว
      ปราโมทย์ เหรียญเจริญสุข และครอบครัว
      มัณฑนา จุลเสน และครอบครัว
      อโณทัย คุณาพรไพโรจน์ และครอบครัว
      เกษมชัย นิธิวรรณากุล และครอบครัว
      ดำรงพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และครอบครัว
      สุกิจ เจริญสุข และครอบครัว
      พิมพ์ญานี มงคลลิขิตกุล และครอบครัว
      พล.ต.ท. ธวัชชัย จุลสุคนธ์ และครอบครัว
      นรต. รุ่น 20
      ภรณี ศรีกาฬสินธุ์ และครอบครัว
      สุมณฑา บุญปลูก และครอบครัว
      จีรนันทน์ ทิวบุญเลื้ยง และครอบครัว
      กมลวรรณ ถาวรกูล และครอบครัว
      กุลิสรา ตะละภัฎ และครอบครัว
      วนัชพร กลั่นเมฆ และครอบครัว
      อรพิมพ์ พลาวุธ และครอบครัว
      จินตนา เผือกคเชนทร์ และครอบครัว
      มณฑล เกียรติกมลวงศ์ และครอบครัว
      อาทิตย์ โกเมนเอก และครอบครัว
      มณฑล วิบูลย์ศิริกุล และครอบครัว
      ทัยเทพ วณิชกุลชัยพร และครอบครัว
      พิทักษ์ อังศุสิงห์ และครอบครัว
      สิทธิศักดิ์ หาญอนุรักษ์ และครอบครัว
      วรวุฒิ สันติเวชสกุล และครอบครัว
      ปฐมพงศ์ อ่อนนิ่ม และครอบครัว
      อภิศักดิ์ เพ็ชรเพ็ง และครอบครัว
      สมบูรณ์ แซ่อั้ง และครอบครัว
      ตระกูล แซ่อื้อ และครอบครัว
      สุภัทร ลักษณศิริ และครอบครัว
      สมพร เชื่อมชิต และครอบครัว
      ครอบครัวสาธิตการมณี
      นิวัตร-ศรีสุดา โลหะวิจิตรานนท์ และครอบครัว
      ครอบครัวหวังว่องวิทย์
      ครอบครัวขจายศรสิทธิ์
      ครอบครัวชีวมงคล
      กัญญุมา ศิริโสภณพงศ์ และครอบครัว
      จันทรัตน์ ลี้เทียนเซง และครอบครัว
      ธงชัย-สิรินภา สิทธิเลิศประสิทธิ์ และครอบครัว
      เสาวนีย์ วิชิวานิเวศน์ และครอบครัว
      กัลยดา ชาลานุมาศ และครอบครัว
      สุภาวดี เพชรรัตน์ และครอบครัว
      ชนิน ทิวรรณรักษ์ และครอบครัว
      สิทธา ศิริพาณิชย์ และครอบครัว
      ชวิล กัลยาณมิตร และครอบครัว
      อำนวยพร เกิดพุ่ม และครอบครัว
      ประดิษฐ์ ยมานันทน์ และครอบครัว
      ชมพูนุช บุญมา และครอบครัว
      ดร. พัชราภรณ์ ญาณภิรัต และครอบครัว
      ศันสนีย์ สุภาภา และครอบครัว
      ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ และครอบครัว
      กมล ชาวงษ์ และครอบครัว
      กายสิทธิ์ ธำรงวัฒนชัย และครอบครัว
      ปรวุฒิ ไชยชนะ และครอบครัว
      จรูญ มะลิวรรณ และครอบครัว
      บัวแก้ว แสงโสภา และครอบครัว
      ธนวี ลิ่มวงศ์ และครอบครัว
      วรรณชนก วรณันต์ และครอบครัว
      ปุณณิกา นวรัตน ณ อยุธยา และครอบครัว
      ทิพรัตน์ เผ่าวิจารณ์ และครอบครัว
      ประสิทธิพร พรหมดิเรก และครอบครัว
      พิสิฐ - ดร.พันธุดา พุฒิไพโรจน์ และครอบครัว
      ดร. อุษณีย์ อนุรุทธิวงศ์
      ชวลิต ธรรมวิจิตร และครอบครัว
      ดร.ขวัญชัย ลีเผ่าพันธ์ และครอบครัว
      ทิพย์ ศรีไพศาล และครอบครัว
      ปรีดาวรรณ บูรณะรุ่งเรืองกิจ และครอบครัว
      จิทัศ ศรสงคราม และครอบครัว
      สุเมธ ติระตระกูลวิชยา และครอบครัว
      แสงทวี หงษา และครอบครัว
      บัญชา ไชยหงษา และครอบครัว
      อิษฎ์ ประพันธ์วัฒนา และครอบครัว
      ธนวุฒิ นัยโกวิท และครอบครัว
      นิพนธิ์ อุยโต และครอบครัว
      นิศาชล วงศ์หล่อ และครอบครัว
      ธนวรรณ เหล่าวรวิทย์ และครอบครัว
      พูลสุข เหล่าตระกูล และครอบครัว
      ลัดดา วิศวผลบุญ และครอบครัว
      สุชาดา โรจน์วิลาวัลย์
      อังคณา คีตานนท์ และครอบครัว
      สุดาศรี ชัยเศรฐเสรี และครอบครัว
      กิตติ ขอถาวรวงศ์ และครอบครัว
      เจริญสุข กิจอิทธิ และครอบครัว
      สุมิตรา ชวศิริกุลฑล และครอบครัว
      เกียรติชัย อุดมพงศ์อนันต์ และครอบครัว
      ธีรวุฒิ แก้วประภากร และครอบครัว
      สุวิทย์ กุลเพชรจิโรจ และครอบครัว
      ประสงค์ เบญจวรธรรม และครอบครัว
      สิงห์ หุ่นตระกูล และครอบครัว
      อุทัย แดงรัศมีโสภณ และครอบครัว
      สมจิตต์ วรรณประเวศ และครอบครัว
      ประสิทธิ์ โวหเกียรติ และครอบครัว
      มยุรี อำนวยพรรณ และครอบครัว
      สุชานี แสงสุวรรณ และครอบครัว
      กิริยา ด่านสุวรรณดำรง และครอบครัว
      ปราณี สุวรรณเมธาจารย์ และครอบครัว
      กฤษณา พัวศิริ และครอบครัว
      ปริยากร รัตนสุบรรณ และครอบครัว
      ดร.บุญยืน สาริกะภูติ และครอบครัว
      แก้วขวัญ วัชโรทัย และครอบครัว
      เศรษฐพันธ์ มันทรานนท์ และครอบครัว
      ปัทมาศ มีครองธรรม และครอบครัว
      มะยม พิทักษ์ผล และครอบครัว
      วัฒนา เพิ่มสุวรรณ และครอบครัว
      นครินทร์ โกวิทนิวัตสัย และครอบครัว
      ธีรโชติ เกิดมณี และครอบครัว
      บุคลากร สำนักพระราชวัง ทุกท่าน
      บุคลากร โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทุกท่าน
      บุคลากร ไปรษณีย์ไทย ทุกท่าน
      บุคลากร สำนักอัยการสูงสุด ทุกท่าน
      บุคลากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกท่าน
      บุคลากร กรมศิลปากร ทุกท่าน
      บุคลากร กระทรวงวัฒนธรรม ทุกท่าน
      บุคคลกร สำนักงานพระพุทธศาสนา ทุกท่าน
      บุคลากร การเคหะแห่งชาติ ทุกท่าน
      บุคลากร สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ทุกท่าน
      บุคลากร บริษัท เสริมสุข (มหาชน) ทุกท่าน
      สมาชิกสโมสร โรตารี สุขุมวิท และโรตารีสากล
      สมาชิกสโมสร ไลออนส์ ธนบุรี และ ธนบุรีรัตน์ และไลออนส์สากล
      มหากัลยาณมิตร
      
    • บริจาค

      1. เพื่อบำรุงส่งเสริมการศึกษา จัดตั้งโรงเรียน เพื้อให้การศึกษาอบรมแก่ นักเรียน ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งให้การศึกษาทางธรรมด้วยอุปการะแก่ภิกษุ สามเณร และแม่ชี ให้ศึกษาธรรม วิชาครู และวิชาพยาบาลเบื้องต้น อุปการะโรงเรียนและอุปการะบุคคล ให้ได้ประกอบสัมมาอาชีพ ตามคติของพระพุทธศาสนา กับเพื่ออบรมกุลบุตร-ธิดา ให้เกิดความศรัทธาเลื่อมใสในการประกอบสัมมาอาชีวะ ซึ่งเป็นองค์หนึ่งของมรรคสัจอันเป็นหลักสำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนา และเพื่อเก็บรายได้จากทรัพย์สิน และกิจการของมูลนิธิมาใช้จ่ายในงานนี้

      บริจาคได้ที่ สัมมาชีวศิลปมูลนิธิ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระสังฆราช ได้รับอนุญาตจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2492 (สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมายกำหนด) ชื่อบัญชี สัมมาชีวศิลปมูลนิธิ เลขที่บัญชี 030-1-00472-2 ออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาราชเทวี และขอให้ท่านแจ้งชื่อและนามสกุล ที่อยู่เพื่อทำหนังสือขอบคุณในการร่วมสนับสนุนในการนี้ด้วย

      2. โครงการปลูกรากแก้วให้กับพระศาสนา โดยนำเด็กที่มีปัญหาด้านครอบครัว และยากจนเหล่านั้นมาบรรพชาเป็นสามาเณร ให้พวกเขาได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนทั้งแผนกสามัญ (มัยมศึกษา) และแผนกนักธรรม-บาลี ซึ่งเป็นการนำเด็กเหล่านี้เข้ามาอบรมบ่มนิสัยปลูกฝังศีลธรรมคุณธรรมให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของเด็ก เป็นการศึกษาที่เอื้อแก่พระศาสนาและพระศาสนาก็เกื้อหนุนประเทศชาติ สิ่งที่เราจะได้รับตามมาก็คือสามารถแก้ปัญหาจริยธรรมของเด็กนักเรียนไทย ได้การศึกษาราคาถูกที่มีค่าสูงทางจิตใจพร้อมกับสร้างศาสนทายาทคุณภาพเอาไว้สืบพระศาสนาด้วย

      ดังนั้นจึงเรียนเชิญท่านที่มีจิตศรัทธามาร่วมกัน สร้างศาสนทายาท ให้กับพระศาสนา โดยการรับเป็นเจ้าภาพบรรพชาสามเณร และรับอุปถัมภ์ค่าใช้จ่ายในการศึกษา หรือ ถวายเป็นค่าน้ำ-ไฟ ตามกำลังศรัทธา (พระครูสมุห์ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร พร้อมด้วยคณะสงฆ์ )

      บริจาคได้ที่ บัญชีทุนนิธินิมิตรมงคล เลขที่ 058-2-23285-6 ธนาคารทหารไทย สาขาบางนา ประเภทสะสมทรัพย์ และขอให้ท่านแจ้งชื่อและนามสกุล ที่อยู่เพื่อทำหนังสือขอบคุณในการร่วมสนับสนุนในการนี้ด้วย

    สาธุฯ